โซดาไฟ  Sodium Hydroxide




โซดาไฟ (caustic soda) มีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่เป็นทางการว่าโซเดียมไฮดรอกไซด์ Sodium hydroxide (NaOH) เป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเนื่องจากคุณสมบัติเป็นเบสแก่ ประกอบด้วยโลหะ
โซเดียมและเบสไฮดรอกไซด์ ใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ น้ำดื่ม สบู่ และผงซักฟอก นอกจากนั้นยังใช้ปรับสภาพน้ำทิ้งที่มีฤทธิ์เป็นกรด ให้เป็นกลางก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย
     โซดาไฟบริสุทธิ์ มีลักษณะเป็นของแข็งสีขาว ที่พบได้บ่อยจะทำเป็นเม็ด หรือทำเป็นสารละลายอิ่มตัวที่มีความเข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์ โซดาไฟนี้ดูดความชื้นได้ดีมาก หากนำออกมาจากภาชนะบรรจุแล้วตั้งทิ้งไว้สักครู่มันจะดูดความชื้นจากอากาศ จากสภาพที่เป็นเม็ดแข็ง จะเริ่มเหลว เนื้อสารจะน้อยลง เพราะถูกเจือจางด้วยความชื้นนั่นเอง จึงควรเก็บโซดาไฟไว้ในขวดที่มีฝาปิดสนิท เมื่อเตรียมโซดาไฟบริสุทธิ์ให้เป็นสารละลายโดยการละลายน้ำ จะให้ความร้อนออกมาจึงต้องระมัดระวัง หากเตรียมความเข้มข้นสูงๆ ห้ามเตรียมในภาชนะพลาสติกเนื่องจากความร้อนที่เกิดจากการละลายด้วยน้ำ จะทำให้พลาสติกละลายได้ ความสามารถในการละลายของโซดาไฟจะลายได้ในตัวทำละลายที่มีขั้วได้อีกนอกจากน้ำ เช่น เอทานอล และเมทานอล ไม่สามารถละลายได้ใน อีเทอร์ หรือตัวทำละลายอื่นที่ไม่มีขั้ว
     โซดาไฟมีคุณสมบัติเป็นสารไอออนิก ประกอบด้วย Na+ (sodium cation) และ OH- (hydroxide anion) โดย OH- จะทำให้มีคุณสมบัติเป็นเบสแก่ เมื่อทำปฏิกิริยากับกรดแล้วจะได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเกลือ และน้ำ เอนทาลปีของการละลาย,ΔH° หรือความร้อนที่ได้จากการละลายมีค่าเท่ากับ –44.45 kJ / mol




ตัวอย่างปฏิกิริยาของโซดาไฟ
     - ทำปฏิกิริยากับกรดได้ผลิตภัณฑ์เป็น เกลือและน้ำดังสมการ
NaOH(aq) + HCl(aq) → NaCl(aq) + H2O(l)

     - ทำปฏิกิริยากับ ออกไซด์ของกรด ใช้ประโยชน์ในการจับก๊าซที่เป็นกรด เช่น คาร์บอนได้ออกไซด์ หรือ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จากกระบวนการผลิต ก่อนปล่อยสู่บรรยากาศ
2 NaOH + CO2 → Na2CO3 + H2O(l)

     - การแยกสลายด้วยไฟฟ้า (Electrolysis) ในสภาวะการหลอมเหลวโซดาไฟ ได้ผลิตภัณฑ์เป็น โลหะโซเดียม ก๊าซออกซิเจน และน้ำ ซึ่งการทดลองภายในห้องปฏิบัติการจะต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ
4 NaOH·H2O(l) → 4 Na(l) + O2(g) + 6 H2O(g)